108 แนะนำ

หน้าแรก » , » ขายทิ้ง22ลำ ฟื้นฟู 'บินไทย' เตรียมลด 5 พันพนง. แก้ขาดทุน

ขายทิ้ง22ลำ ฟื้นฟู 'บินไทย' เตรียมลด 5 พันพนง. แก้ขาดทุน

โพสโดย iyatrang ch. เมื่อ 27 ม.ค. 2558 | 14:09
ผู้ชม


ผ่าตัดใหญ่การบินไทย หลังประสบปัญหาขาดทุน ซูเปอร์บอร์ด เห็นชอบแผนฟื้นฟู สั่งเลหลัง
เครื่องบินทันที 22 ลำ พร้อมพิจารณาลดพนักงาน 5 พันคน จากทั้งหมด 2.5 หมื่นคน เลิกเที่ยวบินขาดทุน อาทิ ภูเก็ต-โซล กทม.-โจฮันเนสเบิร์ก ส่วนสายการบินในประเทศก็ลดเที่ยวบินลง ถ่ายผู้โดยสาร เดินทางกับไทยสมายล์แทน พร้อมโละหุ้นที่ไม่เกี่ยวกับสายการบินออกหมด ประธานบอร์ด เชื่อหากทำตามแผนจะกลับมามีกำไรภายในปี 2560 พร้อมกันนั้นให้ปรับระบบองค์กรรฟท.-ขสมก. ลดปัญหาขาดทุนด้วย 


เมื่อเวลา 08.30 น. วันที่ 26 ม.ค. ที่ห้องประชุมสีเขียว ตึกไทยคู่ฟ้า ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจ (คนร.) ครั้งที่ 3/2558 หรือซูเปอร์บอร์ด เพื่อพิจารณาอนุมัติโครงการลงทุนของรัฐวิสาหกิจที่เข้าข่ายเป็นโครงการลงทุน ขนาดใหญ่ มูลค่าการลงทุนเกิน 1 พันล้านบาท จำนวน 3 โครงการ ประกอบด้วย โครงการก่อสร้างรถไฟรางคู่ ช่วงชุมชนถนนจิระ-ขอนแก่น ระยะทาง 185 กิโลเมตร วงเงิน 26,007 ล้านบาท ระยะเวลาก่อสร้างตั้งแต่ปี 2558-2561 โครงการพัฒนาศูนย์การขนส่งตู้สินค้าทางรถไฟที่ท่าเรือแหลมฉบัง และโครงการขยายเขตระบบไฟฟ้าให้ครัวเรือนที่ห่างไกล


นอกจากนี้ ยังพิจารณาแผนฟื้นฟูกิจการของรัฐวิสาหกิจด้านคมนาคมขนส่ง 3 แห่ง คือ การรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) องค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ (ขสมก.) และบริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) รวมถึงการพิจารณาจ่ายบำเหน็จดำรงชีพให้อดีต ผู้ปฏิบัติงานของ รฟท. การพิจารณาการปรับปรุงบัญชีโครงสร้างอัตราค่าจ้างของลูกจ้างรัฐวิสาหกิจ พร้อมพิจารณาแผนโครงสร้างพื้นฐานด้านคมนาคมขนส่งของไทย ในปี 2558-2564 แผนปฏิบัติการด้านคมนาคมขนส่ง ระยะเร่งด่วนของปี 2558 และพิจารณาข้อเสนอเกี่ยวกับการร่างพระราชบัญญัติการยางแห่งประเทศไทย


พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวภายหลังการประชุมถึงกรณีการฟื้นฟูบริษัทการบินไทยฯ ว่า การบินไทยจะไม่ล้มละลาย เพราะรัฐดูแลอยู่ แต่ต้องลดค่าใช้จ่ายลง แล้วเพิ่มรายได้ โดยลดเส้นทางที่ไม่คุ้มค่า พร้อมปรับสินทรัพย์บางอย่าง เช่น การจำหน่ายเครื่องบินที่ไม่ได้ใช้งาน เพราะขณะนี้มีการแข่งขันมาก จากที่คณะกรรมการเข้าไปประเมินตรวจสอบ ระบุว่า ต้องแก้เรื่องการบริหารจัดการ พนักงาน รายได้ของเจ้าหน้าที่ สินทรัพย์ และเส้นทางบิน หลังจากนี้หากเอเยนต์ที่ซื้อตั๋วไปจำหน่ายไม่หมด เมื่อนำมาคืนก็ต้องเสียค่าปรับ


ขณะที่พล.อ.อ.ประจิน จั่นตอง รมว.คมนาคม กล่าวว่า คนร.เห็นชอบแผนฟื้นฟูของบริษัทการบินไทย จำกัด (มหาชน) การรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) และองค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ (ขสมก.) ส่วนรายละเอียดแผนที่จะต้องมีการใช้เงินงบประมาณจะต้องสรุปรายละเอียด เพื่อนำเสนอขออนุมัติจากคณะรัฐมนตรี (ครม.)ต่อไป



สำหรับแผน ฟื้นฟูการบินไทยมีการพิจารณา 5 ประเด็นหลัก คือ 1 การปรับเส้นทางบิน 2.การปรับแผนการตลาด 3.การขายทรัพย์สินและอากาศยานที่ไม่ได้ใช้งาน 4.การปรับโครงสร้างอัตรากำลังลดจาก 2.5 หมื่นคน ให้เหลือ 2 หมื่นคน 5.การปรับปรุงและพัฒนากิจการที่ไม่ใช่ภารกิจหลักของการบินไทย (Non Core) เช่น กิจการโรงแรม กิจการขนส่งน้ำมัน เป็นต้น



รมว.คมนาคม กล่าวว่า สำหรับ 1.แผนการปรับเส้นทางบิน จะแบ่งเป็น 3 กลุ่มคือ เส้นทางบินที่ขาดทุนอย่างแน่นอน และขาดทุนอย่างต่อเนื่อง จะให้หยุดบิน และใช้เวลา 6 เดือน 12 เดือน และ 18 เดือนในการพิจารณาที่จะกลับมาบินใหม่อีกครั้ง ส่วนเส้นทางที่ขาดทุนแต่มีแนวโน้มที่จะทำกำไรได้ ให้ปรับลดจำนวนเที่ยวบิน และให้ฟื้นฟูกลับมาภายใน 6-12 เดือน ส่วนเส้นทางที่พอมีกำไร ให้พัฒนาและเพิ่มการบริการ โดยเน้นการเชื่อมต่อเส้นทางบิน โดยเฉพาะในส่วนของ 2 กลุ่มแรกที่มีการหยุดบินและลดจำนวน เที่ยวบิน จะต้องมีการดำเนินการเพื่อมิให้ ผู้โดยสารได้รับผลกระทบ



2.การ ปรับแผนการตลาด จะเน้นการปรับกลยุทธ์การขายตั๋วเพิ่มสัดส่วนขายผ่านระบบออนไลน์และขายเอง 3.ขายทรัพย์สินและอากาศยานที่ไม่ได้ใช้งาน เช่น การเร่งขายเครื่องบินจำนวน 22 ลำ เพื่อให้สอดคล้องกับการปรับลดเส้นทางบินที่ขาดทุน โดยเฉพาะเครื่องบินเก่าและเครื่องที่ไม่สิ้นเปลืองน้ำมัน เพื่อช่วยลดภาระด้านการซ่อมบำรุงและค่าจอดต่างๆ 4. ปรับโครงสร้างอัตรากำลัง ตามแผนจะปรับลดพนักงานจำนวน 5 พันคน จากปัจจุบันที่มีอยู่จำนวน 2.5 หมื่นคน แต่ยังไม่กำหนดช่วงเวลาที่ชัดเจน โดยจะต้องพิจารณาให้สอดคล้องกับแผนการเกษียณก่อนกำหนดและแผนสมัครใจลาออก ด้วย 5.ปรับปรุงพัฒนากิจการที่ไม่ใช่ภารกิจหลักของการบินไทย (Non-Core) เช่น กิจการโรงแรม กิจการขนส่งน้ำมัน อาจจะต้องพิจารณาว่าอาจจะมีการขายกิจการ หรือ โอนออกไปยังส่วนอื่น



"การ หยุดเลือดของการบินไทยได้ ต้องตัดในส่วนที่ทำให้ติดลบมากๆ อออกไปก่อน เช่น เคยลงทุน 2 แสนล้านต่อปี อาจลดลงเหลือ 1.5 แสนล้านบาทต่อปี ส่วนแผนการรับมอบเครื่องบินใหม่และการชำระหนี้เครื่องบินนั้นก็ให้มีการ เจรจาเพื่อขอยืดเวลาการรับมอบและการชำระหนี้ออกไป แต่ไม่ได้ยกเลิกแผนการสั่งซื้อเครื่องบิน" พล.อ.อ.ประจินกล่าว


พล.อ.อ. ประจินกล่าวว่า ภายในเดือนก.พ.นี้ จะเริ่มใช้มาตรการเหล่านี้ได้ทันที ซึ่งเป็น ไปตามอำนาจของฝ่ายบริหารและบอร์ดการบินไทย ส่วนการปรับลดหรือยกเลิก เส้นทางบิน หรือการขายตั๋วนั้นฝ่ายบริหารดำเนินการได้ทันที แต่แผนที่จะต้องใช้ งบประมาณจะต้องเสนอขออนุมัติจาก ครม. เช่น การปรับลดบุคลากร ต้องเสนอ ครม.ก่อน


"เรื่องการขายสินทรัพย์ของการบินไทยมี 2 ส่วน คือ การขายเครื่องบินที่ไม่ได้ใช้งาน กับการขายที่ดินหรืออาคารหากพิจารณาว่าไม่ได้มีการใช้งาน รวมทั้งกิจการบางส่วนด้วย รายละเอียดฝ่ายบริหารจะไปพิจารณาอาคารสำนักงานหรือที่พักในต่างประเทศนั้น ดีดีการบินไทย แจ้งว่าข้อมูลยังไม่พร้อมขอกลับไปพิจารณาและจะนำมาเสนอ คนร.ในครั้ง ต่อไป" รมว.คมนาคมกล่าว


พล.อ.อ.ประจินกล่าวต่อ ว่า สำหรับ รฟท.นั้น คนร.มีมติเห็นชอบให้มีการเพิ่มการให้บริการที่มีศักยภาพ เช่นการปรับปรุงประสิทธิภาพทางคู่ ปรับปรุงการให้บริการตรวจสภาพรถไฟ ซึ่งจะทำให้รถไฟสามารถให้บริการตรงเวลาและมีประสิทธิภาพมากขึ้น ส่วนการแก้ไขปัญหาภาระหนี้สินสะสมรวม 8.3 หมื่นล้านบาท ซึ่งเกิดจากภาระดอกเบี้ยที่เกิดจากรัฐบาลจ่ายเงินชดเชยรฟท.ล่าช้า กรณีรถไฟฟรี การไม่ได้ปรับขึ้นค่าตั๋วตามต้นทุนที่แท้จริงจากนโยบายการเป็นบริการสาธารณะ และภาระค่าเงินบำนาญของพนักงานรฟท.นั้น ได้มอบหมายให้กระทรวงคมนาคม รฟท. และกระทรวงการคลังไปหารือถึงแนวทางการแก้ไขปัญหาต่อไป


ส่วน การปรับโครงสร้างองค์กรเพื่อรองรับการทำงานตามภารกิจใหม่ที่จะมีการให้ บริการรถไฟทั้งระบบทางคู่ 1 เมตร และทางมาตรฐาน 1.435 เมตรนั้น ที่ประชุมมอบให้รฟท. กลับไปศึกษาแนวทางการปรับสัดส่วนประเภทของพนักงาน ให้สอดคล้องกับภารกิจใหม่ ทั้งในส่วนของผู้บริหาร วิศวกร ช่างเทคนิคและพนักงานทั่วไป โดยให้นำมาเสนอ คนร.ในครั้งหน้า เพื่อขอแก้ไขมติคณะรัฐมนตรี(ครม.) ปี 2541 ที่กำหนดให้ รฟท. รับพนักงานใหม่ได้ไม่เกิน 5% ของจํานวนที่เกษียณ


โดยตามแผน ฟื้นฟูเบื้องต้นกำหนดให้มีการรับพนักงานเพิ่มเติมระหว่างปี 2558-2565 จำนวนรวม 2,500 คน ซึ่งจะทำให้จำนวนพนักงานของรฟท. ปรับเพิ่มขึ้นเป็น 1.6-1.7 หมื่นคน เพิ่มขึ้นจากปัจจุบันที่มีจำนวน 1.4 หมื่นคน


พล.อ.อ. ประจินกล่าวต่อถึงแผนฟื้นฟู ขสมก. ว่า คนร.เห็นชอบให้มีการปรับปรุงโครงสร้างองค์กรและผู้บริหารให้สอดคล้องกับการ ทำงานและการกิจ โดยกำหนดบทบาทให้ขสมก.เป็นผู้ให้บริการเดินรถ ดังนั้นงานในส่วนที่เกี่ยวข้องกับการกำกับดูแลจะโอนให้กรมการขนส่งทางบก (ขบ.) เข้ามารับผิดชอบแทน แต่ในเรื่องของสัดส่วนการเดินรถและเส้นทางเดินรถต่างๆ จะให้สิทธิกับ ขสมก.มากกว่ารถร่วมบริการ ซึ่งรายละเอียดจะต้องไปหารือร่วมกันอีกครั้ง


"ต่อ ไป ขสมก. จะเป็นแค่ส่วนหนึ่งของ ผู้ประกอบการเดินรถเหมือนกับรถร่วมราย อื่นๆ แต่จะมีสัดส่วนของรถและเส้นทางเดินรถมากกว่ารถร่วม แต่เรื่องนี้ยังไม่มีความชัดเจน ประเด็นทั้งหมดให้ทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องไปปรึกษาหารือเพิ่มเติม และเสนอ คนร. อีกครั้ง " พล.อ.อ.ประจินกล่าว


ส่วนที่ ขสมก.มีหนี้สินสะสมมากถึง 92,000 ล้านบาทนั้น พล.อ.อ.ประจินกล่าวว่า ขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องไปหารือร่วมกันว่าจะแก้ไขปัญหานี้อย่างไร ก่อนที่จะเสนอ คนร.ต่อไป นอกจากนี้จะต้องมีการปรับปรุงเส้นทางการเดินรถต่างๆ ซึ่งในรายละเอียดทาง ขสมก.จะต้องไปดำเนินการจัดทำแผน


เมื่อเวลา 16.50 น. นายจรัมพร โชติกเสถียร กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัทการบินไทย จำกัด (มหาชน) แถลงถึงแผนฟื้นฟูการบินไทย ว่า แผนปฏิรูปดังกล่าวเป็นแผนระยะ 2 ปี ซึ่งมั่นใจแผนดังกล่าวเดินมาถูกทางแน่ คาดว่าหากดำเนินการตามแผนบริษัทจะหยุดขาดทุนได้ในปี 2558 และจะกลับมาเติบโตแบบก้าวกระโดดและยั่งยืนในปี 2560 ส่วนการปรับลดพนักงานจำนวน 5,000 คน เบื้องต้น จะให้ความสำคัญกับการลดต้นทุนการบริหารงานค่าใช้จ่ายด้านอื่นๆ ก่อน หากยังมีประสิทธิภาพไม่เพียงพอ จึงจะมีการพิจารณาปรับลดพนักงาน ทั้งนี้ตามแผนจะไม่ปลดพนักงงานออก แต่จะเปิดโอกาสให้พนักงานเกีษยณก่อนกำหนดตามความสมัครใจ


สำหรับ ขั้นตอนการปฏิรูปการบินไทย มี 3 ขั้นตอน 6 กลยุทธ์ อาทิ ลดการขาดทุนให้ได้โดยเร็วที่สุด โดยปีนี้มีแผนยกเลิกเส้นทาง ลดความถี่เที่ยวบินที่ขาดทุนต่อเนื่องและไม่มีศักยภาพทำกำไรประมาณ 10% ของเที่ยวบินทั้งหมด เช่น ยกเลิกเที่ยวภูเก็ต-กรุงโซล กรุงเทพฯ-โจฮันเนสเบิร์ก ประเทศแอฟริกาใต้ ส่วนเที่ยวบินสุราษฎร์ธานี อุดรธานี อุบล ราชธานี จะลดความถี่ลงและให้สายการบินไทยสมายล์บินแทน


นาย จรัมพรกล่าวว่า สำหรับแผนการขายสินทรัพย์เพื่อลดต้นทุนค่าใช้จ่ายองค์กรว่า จะขายเครื่องบินที่ปลดระวางก่อนส่วนแรก 22 ลำ ภายในเดือนก.ค.นี้ จากทั้งหมด 102 ลำ ส่วนทรัพย์สินอื่น เช่น บ้านพัก และสำนักงานต่างประเทศ จะต้องประเมินอีกครั้งว่ามีความจำเป็นต้องขายหรือไม่หากจำเป็นต้องขายก็ขาย โดยจะให้ฝ่ายที่เกี่ยวข้องกลับไปจัดทำแผนการบริหารสินทรัพย์ รวมไปถึงการพิจารณาแผนการบริหารสินทรัพย์ในธุรกิจนอกเหนือจากธุรกิจด้านการ บินที่บริษัทเป็นเจ้าของด้วย เช่น หุ้นโรงแรม จะต้องพิจารณาอีกครั้งว่ามีผลตอบแทนที่ดีหรือไม่ หากไม่ดีก็อาจจำเป็นต้องขายทิ้ง แต่เท่าที่ดูเบื้องต้นภายในปีนี้ ยังไม่มีความจำเป็นต้องขายทรัพย์สินในธุรกิจที่ไม่ใช่ธุรกิจด้านการบิน 




ที่มา :  http://www.khaosod.co.th/view_newsonline.php?newsid=TVRReU1qTXlORE15T1E9PQ==&subcatid=
ภาพประกอบจากอินเตอร์เนต

ผู้ชมหน้านี้ :

0 ความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น

เรื่องเด็ด น่าคิด น่าชม ที่ทุกที่ ทุกเวลา เรื่องเด็ด น่าคิด น่าชม ที่ทุกที่ ทุกเวลา 108thinks.blogspot.com

108 ภาพสวย

108 ขำๆ

108 คลิปเด็ด

108 ไม่ควรพลาด

108 เรื่องล่าสุด