ทีเอ็มบี ร่วมกับเยาวชนไฟ ฟ้า และอาสาสมัครทีเอ็มบี ส่งมอบโครงการ “ของเก่าสร้างอาชีพใหม่” แก่ชาวชุมชนใต้สะพาน ประชาอุทิศ 76 ซึ่งเป็นกิจกรรมการเปลี่ยนชุมชนอย่างยั่งยืนของไฟ ฟ้า (FAI-FAH) ภายใต้แนวคิด Make THE Difference ด้วยการจุดประกายให้ชุมชนตระหนักถึงคุณค่าของวัสดุเหลือใช้
ที่สามารถนำมาเพิ่มมูลค่า และปลุกพลังสร้างสรรค์ให้ชุมชนได้พัฒนาทักษะเพื่อต่อยอดเป็นอาชีพ ซึ่งจะนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงและพัฒนาชุมชนได้อย่างยั่งยืน ณ ศูนย์การเรียนรู้กลุ่มพัฒนาชุมชนใต้สะพาน(โซน 1) ประชาอุทิศ 76 นอกจากนี้ยังได้มอบเกียรติบัตรฯ แก่ชาวชุมชนใต้สะพาน จำนวน 6 คน ที่ผ่านการอบรมของโครงการของเก่าสร้างอาชีพใหม่
ที่สามารถนำมาเพิ่มมูลค่า และปลุกพลังสร้างสรรค์ให้ชุมชนได้พัฒนาทักษะเพื่อต่อยอดเป็นอาชีพ ซึ่งจะนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงและพัฒนาชุมชนได้อย่างยั่งยืน ณ ศูนย์การเรียนรู้กลุ่มพัฒนาชุมชนใต้สะพาน(โซน 1) ประชาอุทิศ 76 นอกจากนี้ยังได้มอบเกียรติบัตรฯ แก่ชาวชุมชนใต้สะพาน จำนวน 6 คน ที่ผ่านการอบรมของโครงการของเก่าสร้างอาชีพใหม่

นายภารไดย ธีระธาดา หัวหน้าเจ้าหน้าที่บริหาร สื่อสารและภาพลักษณ์องค์กร ทีเอ็มบี กล่าวว่า “โครงการของเก่าสร้างอาชีพใหม่ เป็นการต่อยอดจากไฟ ฟ้า (FAI-FAH) ที่เยาวชนไฟ ฟ้า ประชาอุทิศ ใช้ความคิดริเริ่มสร้างสรรค์มาเป็นแกนนำในการริเริ่มเปลี่ยนแปลงและพัฒนาชุมชนของตนเอง ด้วยการเสนอแนะแนวทางการพัฒนาให้สอดคล้องกับความต้องการของชุมชนใต้สะพานซึ่งยึดอาชีพการขายของเก่าเป็นหลัก โดยปลูกฝังให้ชุมชนมีความรู้ เห็นคุณค่าของวัสดุเหลือใช้ซึ่งมีมากมายในพื้นที่ โดยนำมาแปรรูปและเพิ่มมูลค่าด้วยการพัฒนาเป็นผลิตภัณฑ์ต่างๆ ที่สามารถสร้างเป็นอาชีพ เพื่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงสู่สิ่งที่ดีขึ้นอย่างยั่งยืน”

โครงการ “ของเก่าสร้างอาชีพใหม่” ปลุกพลังสร้างสรรค์ผ่านกระบวนการเรียนรู้ ด้วยการ ฝึกทักษะและความชำนาญในการพัฒนาผลิตภัณฑ์จากวัสดุเหลือใช้ ที่ผสานการเรียนรู้และการออกแบบที่เป็นรูปธรรม เข้าใจง่าย ด้วยวิชาการออกแบบของไฟ ฟ้า ประชาอุทิศ ที่ได้รับการสนับสนุนจากอาจารย์ของมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าฯ ธนบุรี และความรู้เรื่องการทำธุรกิจฉบับชาวบ้าน ด้วยการสร้างความรับรู้ ความเข้าใจเกี่ยวกับรายรับ รายจ่าย และทักษะการทำบัญชีขั้นพื้นฐาน โดยอาสาสมัครจากทีเอ็มบี
งานส่งมอบโครงการของเก่าสร้างอาชีพใหม่ อาจารย์ผู้สอน จิตอาสาผู้ให้การอบรมและชาวชุมชนใต้สะพาน และเยาวชนไฟ ฟ้า ต่างร่วมเผยความคิดเห็นเกี่ยวกับการสร้างอาชีพจาก “วัสดุเหลือใช้” ดังนี้
นันทนา บุญลออ หรือครูอีฟ คุณครูอาสาสมัครไฟ ฟ้า ประชาอุทิศ หัวเรือใหญ่ในการพัฒนาผลิตภัณฑ์ต้นแบบสำหรับโครงการฯ และอาจารย์ประจำคณะสถาปัตยกรรมศาสตร์และการออกแบบ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี เผยว่า “มองเห็นถึงความสำคัญของวัสดุที่มีอยู่ในพื้นที่ก่อน แล้วค่อยกลายเป็นรูปแบบผลิตภัณฑ์ รูปแบบของโจทย์ คือ ผลิตภัณฑ์ง่ายๆ ที่ชาวชุมชนผลิตได้เอง เป็นของใช้ในชีวิตประจำวัน เพื่อให้เกิดการซื้อซ้ำ และยังนำแนวคิดอีโคโปรดักส์ เข้ามาใช้ด้วย เพราะเป็นดีไซน์ที่ได้รับความนิยม และที่ชุมชนนี้ เราได้เห็นความสามารถของชาวชุมชน ที่นำกล่องนมที่ใช้แล้วมาสานเป็นตะกร้า เลยได้ประยุกต์ไอเดียเรื่องการนำยางในรถจักรยานมาสาน สำหรับโครงการนี้ ผลงานต้นแบบมีทั้งหมด 5 ชิ้น ทุกชิ้นนำวัสดุเหลือใช้มาผลิต อาทิ กล่องนม ยางในรถจักรยาน นอกจากใช้ประโยชน์จากวัสดุเหลือใช้ที่มีอยู่แล้ว ยังช่วยพัฒนาชุมชน ในเรื่องของการลดจำนวนขยะ ลดมลพิษอีกด้วย”
สินี ศิวสรานนท์ อาสาสมัครทีเอ็มบี หนึ่งในทีมที่ช่วยอบรมธุรกิจแบบชาวบ้าน ให้แก่ชาวชุมชนใต้สะพาน “โจทย์ที่ได้รับ การทำธุรกิจในแบบชาวบ้าน ต้องไม่ยาก ไม่ใช่การนำทฤษฎีมาสอน และ ต้องเป็นการเรียนการสอนแบบคิดนอกกรอบ ทำอย่างไรให้สนุกสนาน ไม่น่าเบื่อ คุยตอบโต้ได้ มีเกมสอนในการคิดต้นทุน คิดกำไร จากนี้ ก็จะคอยติดตามผล ให้คำแนะนำ ให้เค้าเชื่อมั่นและไว้ใจเรา เมื่อมีปัญหาอะไร เค้าจะเป็นฝ่ายเข้ามาหาและปรึกษาเราเอง”
นางแจ้ว เปรมเกษม หรือป้าแจ้ว ผู้จบโครงการของเก่าสร้างอาชีพใหม่ ที่ทำให้เราเห็นว่าการเรียนนั้นไม่ได้จำกัดด้วยอายุ เผยว่า “รู้สึกดีมากๆเลย แรกๆที่เข้ามาเรียนก็รู้สึกท้อ เรียนยากมากๆ ที่ผ่านมาได้ก็ต้องใช้ความอดทนสูง และความพยายาม รู้สึกดีใจและภูมิใจที่ตัวเองทำได้มาจนวันนี้ รายได้ตอนนี้ดีกว่าเมื่อก่อนเยอะมาก ส่วนอนาคตก็ยึดอาชีพนี้เพื่อสร้างรายได้ให้กับครอบครัว”
สิริมา พิริภัณฑ์ หนึ่งในผู้จบโครงการของเก่าสร้างอาชีพใหม่ เผยว่า “แต่ก่อนต้องเก็บของเก่าไปขาย ทั้งฝนตก แดดออกก็ต้องทำ ต้องแบก ต้องหาม แต่ตอนนี้ สามารถนำวัสดุเหลือใช้ มานั่งทำที่บ้านได้ ได้เห็นถึงพลังในตัวเรา และได้เงิน ตอนเริ่มเรียนแรกๆ อาจจะยากนิดหน่อย แต่พอเริ่มชิน ก็รู้สึกว่าไม่ยากเกินความสามารถ ยิ่งพอได้เห็นผลงานที่ทำ เป็นชิ้นเป็นอัน รู้สึกภาคภูมิใจมาก หลังจากนี้ก็อยากที่จะถ่ายทอดความรู้ให้คนอื่น ได้มีอาชีพอย่างเราบ้าง”

ศศิธร สัมพันแพร หนึ่งในผู้จบโครงการของเก่าสร้างอาชีพใหม่ เผยว่า “เดิมทำอาชีพขายของเก่า ที่มาร่วมในโครงการ เพราะอยากจะมีความรู้ มีอาชีพติดตัว เรียนไปแล้วรู้สึกสนุก แต่ก่อนก็เคยใช้กล่องนม มาสานเป็นที่ใส่กล่องดินสอ วันนี้ เราเห็นว่ามันมีประโยชน์มากกว่านั้นอีก แค่นำมาย่อยแปลงร่างนิดหน่อย เติมเทคนิค และงานฝีมือ ก็สร้างเป็นปกสมุดทำมือเล่มสวยๆ ไว้ใช้ ไว้ขายได้”
วิมล เปรมเกษม หนึ่งในผู้จบโครงการของเก่าสร้างอาชีพใหม่ เผยว่า “ตอนแรกยังเข้าใจว่าเป็นกิจกรรมชุมชน แบบมาครั้งเดียว แล้วก็จบไป ไม่ได้คิดว่าเป็นการสอนในระยะยาว ที่สร้างอาชีพได้ แต่พอได้เข้ามาจริงๆ รู้สึกชอบมาก มีความรู้และเข้าใจเรื่องธุรกิจแบบต้นทุน คู่แข่ง ราคา กำไร ตอนนี้มีรายได้เพิ่มจากเดิมอีกเดือนละ 3,000 บาท อาชีพปัจจุบันเป็นครูพี่เลี้ยงที่ศูนย์การเรียนรู้ในชุมชน และใช้เวลาว่างมาทำผลิตภัณฑ์ คิดว่าเป็นโครงการที่มีประโยชน์มาก เพราะมีรายได้เพิ่ม นำของเหลือใช้มาทำประโยชน์ และยังช่วยรักษาสิ่งแวดล้อมอีกด้วย ตอนที่ได้จัดแสดงผลิตภัณฑ์ในงานไฟ ฟ้า อาร์ต เฟส รู้สึกภาคภูมิใจมาก ที่คนข้างนอกได้เห็นถึงผลงานของเรา”
เฉลิมศักดิ์ ลีวังษี ประธานชุมชนใต้สะพาน ประชาอุทิศ 76 เผยว่า “โครงการนี้ นับเป็นการสร้างคน ช่วยสร้างปัญญาให้ชาวชุมชน ได้เรียนรู้ มีวิชา มีอาชีพเป็นสมบัติติดตัว มีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น ลูกหลานที่โตขึ้น ไม่ต้องไปทำงานแบกหาม งานก่อสร้าง แต่นำวัสดุเหลือใช้ที่มีในชุมชน มาพัฒนา และสร้างรายได้ ช่วยพัฒนาเป็นชุมชนเราให้เจริญ เข้มแข็ง และยังช่วยสร้างรากฐานทางรายได้ที่ดีให้กับชุมชน”
สิรี มนธาตุผลิน กรรมการและผู้จัดการฝ่ายวิจัยและพัฒนาผลิตภัณฑ์ บริษัท คอนเซ็ปต์ทรี จำกัด ที่นำสินค้าจากโครงการฯ ไปช่วยทดลองตลาด เผยว่า “คิดว่าสินค้าที่ทำมือ จะต้องมีขั้นตอนและความพิถีพิถันมากขึ้นในเรื่องของการรักษามาตรฐาน และที่เห็นในวันนี้ ก็เห็นความเป็นไปได้ และได้แนะนำทางชุมชนให้สร้างชิ้นงานที่แตกต่างจากตลาด เพื่อสร้างความโดดเด่น ไม่ว่าจะเป็น การสร้างแบรนด์ การเลือกวัสดุเหลือใช้ที่หลากหลาย เพื่อให้ลูกค้ามีทางเลือกอื่นที่เพิ่มขึ้น”
น้องดาว - ชีวาพร ไตริน เยาวชนไฟ ฟ้า เผยว่า “มาช่วยสอนทำปกสมุด สอนทำโคมไฟ ตั้งแต่กระบวนการแรกที่ผลิต ที่อยากมีส่วนรวมช่วยพัฒนา เพราะว่าเห็นสภาพชุมชนแล้วคิดอยากจะพัฒนาให้มีสภาพที่ดีกว่านี้ รู้สึกดีใจที่ได้มาร่วมกิจกรรมช่วยเหลือสังคม” ส่วนน้องฟ้า- รวิสรา ตันเฮง เยาวชน ไฟ ฟ้า เผยว่า “ตอนแรกที่เข้ามาชุมชน ไม่ได้มีสภาพเป็นอย่างที่เห็น เลยคิดอยากจะช่วยให้ดีขึ้น ความจริงแล้ว อาจจะไม่จำเป็นต้องใช้แรงกาย แค่เข้ามาในระหว่างที่มีการอบรม และให้กำลังใจ ชาวชุมชน แค่นี้เค้าก็มีกำลังใจที่จะสู้แล้ว”
______________________________________________________________________
ที่มา : http://www.sentangsedtee.com/news_detail.php?rich_id=693§ion=1
ภาพประกอบจากอินเตอร์เนต


0 ความคิดเห็น
เรื่องเด็ด น่าคิด น่าชม ที่ทุกที่ ทุกเวลา เรื่องเด็ด น่าคิด น่าชม ที่ทุกที่ ทุกเวลา 108thinks.blogspot.com