รอลงอาญา...หาใช่ไม่มีความผิด

หลายท่านอาจจะตั้งข้อสังเกตว่าทำไมหนอความผิดหลายๆ คดี ศาลมักจะให้รอลงอาญาเอาไว้ก่อนซึ่งบางคนก็ตั้งคำถามว่า คนทำผิดเขาจะรู้สึกสำนึกผิดไหม? จะทำให้กฎหมายไม่ศักดิ์สิทธิ์หรือเปล่า?






หนักๆ เข้าบางคนก็กลัวว่าอาจเกิดพฤติกรรมลอกเลียนแบบ ประเภทไม่กลัวการทำความผิด เพราะเดี๋ยวก็รอลงอาญา...มาดูมาตรการทางกฎหมายเรื่องการรอลงอาญา กันครับ...เอหิปัสสิโก... 



รอลงอาญา...หมายถึง 

การรอลงอาญาอยู่ในประมวลกฎหมายอาญามาตรา 56 ซึ่งหมายถึงการที่ศาลเขามีคำพิพากษาว่าจำเลยในคดีอาญามีความผิดจริงครับ (ไม่ใช่ไม่มีความผิด) แต่ก็มีเหตุที่ศาลอาจใช้ดุลยพินิจให้รอการลงโทษจำเลยเอาไว้ ซึ่งโทษที่รอได้จะต้องเป็นโทษจำคุกและศาลจะคำนึงถึงปัจจัยหลายอย่างประกอบกัน เช่น อายุ ประวัติ ความประพฤติ สติปัญญา การศึกษาอบรม สุขภาพ สภาวะแห่งจิต นิสัย อาชีพ สิ่งแวดล้อมของผู้นั้นและสภาพความผิด 

เช่น นายสมหมายทำความผิดฐานลักทรัพย์ แต่ให้การรับสารภาพ ศาลเห็นว่านายสมหมายคนนี้ไม่เคยทำผิดมาก่อน หากลงโทษจำคุกนายสมหมายตามกฎหมายลักทรัพย์ คือ 6 เดือน ก็จะไม่เป็นประโยชน์ศาลสามารถที่จะระงับการลงโทษนายสมหมายไว้ก่อนได้โดยกำหนดเงื่อนไขให้นายสมหมายปฏิบัติ แต่หากนายสมหมายไม่ปฏิบัติตามเงื่อนไข ศาลก็จะมีคำสั่งให้ลงโทษนายสมหมายด้วยการจำคุกนายสมหมาย 6 เดือนได้ในภายหลัง นอกจากนี้ศาลจะรอลงอาญาจำเลยได้ก็ต่อเมื่อต้องเป็นความผิดที่มีบทโทษจำคุกไม่เกิน 3 ปี หากศาลกำหนดโทษเกินกว่านี้ก็ไม่สามารถรอการลงโทษได้เลยนะครับ 

ทำไมต้องมี...กฎหมายรอลงอาญา 

เมื่อจำนวนนักโทษเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องและเพิ่มขึ้นจนมากกลายเป็นปัญหาหนึ่งของกรมราชทัณฑ์ ที่ต้องจัดสรรพื้นที่ให้นักโทษได้อยู่อาศัย พูดกันง่ายๆ คนทำผิดจนคุกล้นแหละครับ แน่นอนว่าเมื่อนักโทษล้นคุก ทำให้การดูแลและปฏิบัติต่อนักโทษไม่เป็นไปตามมาตรฐานองค์การสหประชาชาติว่าด้วยกระบวนการยุติธรรมทางอาญาในเรื่องกฎมาตรฐานขั้นต่ำของการปฏิบัติต่อนักโทษ นอกจากนี้แม้ว่าการลงโทษต่างๆ ในคุกนั้น จะมีการละลายพฤติกรรมและปรับเปลี่ยนความคิดนักโทษในระหว่างจำคุกแต่ก็มีข้อเสียตรงที่ผู้ถูกจำคุกอาจได้รับการเรียนรู้วิธีการกระทำผิดมากขึ้นจากนักโทษคนอื่น ที่สำคัญอีกประการหนึ่งในส่วนของผู้ต้องหาเมื่อพ้นประตูคุกออกมาแล้วมักไม่ได้รับการยอมรับจากสังคมจนเกิดตราบาปแก่คนนั้น ทำให้ส่งผลกระทบต่อการใช้ชีวิตของผู้ซึ่งพ้นโทษและมาใช้ชีวิตในสังคมอย่างมาก 

เมื่อเป็นเช่นนี้การเข้าไปอยู่ในคุกที่กรมราชทัณฑ์ไม่สามารถดูแลให้ดีตามมาตรฐานขององค์การสหประชาชาติได้แล้ว ผลของการเข้าไปอยู่ในคุกเพื่อขัดเกลานิสัยก็จะกลายเป็นการเพิ่มดีกรีของการทำผิดขึ้น ดังนั้นกระบวนการยุติธรรมจึงคิดหาวิธีการในการควบคุมผู้กระทำความผิดที่ได้ผล และหนึ่งในนั้นก็คือการรอลงอาญานี่แหละครับ 

เงื่อนไขเมื่อถูกให้...รอลงอาญา 

เมื่อถูกศาลตัดสินว่ามีความผิดและให้รอลงอาญาไว้นั้น ก็ต้องมีเงื่อนไขเพื่อควบคุมความประพฤติของผู้กระทำความผิดไม่ให้ออกนอกลู่นอกทางโดยศาลอาจกำหนดการคุมประพฤติข้อเดียวหรือหลายข้อ ดังต่อไปนี้ครับ 

(1) ให้ไปรายงานตัวต่อเจ้าพนักงานที่ศาลระบุไว้เป็นครั้งคราวเพื่อเจ้าพนักงานจะได้สอบถามแนะนำ ช่วยเหลือหรือตักเตือนตามที่เห็นสมควรในเรื่องความประพฤติและการประกอบอาชีพ หรือจัดให้กระทำกิจกรรมบริการสังคมหรือสาธารณประโยชน์ตามที่พนักงานและผู้กระทำความผิดเห็นสมควร 
(2) ให้ฝึกหัดหรือทำงานอาชีพอันเป็นกิจจะลักษณะ 
(3) ให้ละเว้นการคบหาสมาคมหรือการประพฤติใดอันอาจนำไปสู่การกระทำความผิดใน ทำนองเดียวกันอีก 
(4) ให้ไปรับการบำบัดรักษาการติดยาเสพติดให้โทษ ความบกพร่องทางร่างกายหรือจิตใจหรือความเจ็บป่วยอย่างอื่น ณ สถานที่และตามระยะเวลาที่ศาลกำหนด 
(5) เงื่อนไขอื่น ๆ ตามที่ศาลเห็นสมควรกำหนดเพื่อแก้ไขฟื้นฟูหรือป้องกันมิให้ผู้กระทำความผิดมีโอกาสกระทำความผิดขึ้นอีก 

ย้ำอีกครั้งครับว่า การรอลงอาญานั้น ผู้ถูกรอลงอาญามีความผิดตามกฎหมายแล้วนะครับเพียงแต่ว่าเราให้โอกาสเขาแก้ตัวโดยไม่ต้องเข้าคุกแต่ต้องถูกคุมประพฤติ และไม่ใช่ทำอะไรได้อิสรเสรี

______________________________________________________________________
ที่มา : http://www.baanmaha.com/community/thread43802.html  
ภาพประกอบจากอินเตอร์เนต

แสดงความคิดเห็น

0 ความคิดเห็น