ถนนเส้นทางโทสาย ซึ่งมีระยะทางประมาณ 400 ร้อยเมตรนี้ มีจุดตัดกับถนนเส้นทางสายเอก มากถึง 11 จุด ทุกจุดตัด จะมีป้ายสัญญาณให้หยุดรถ พื้นถนนสายนี้ จึงเต็มไปด้วยสัญญาณเส้นหยุดรถ และตัวอักษรสีขาวสั่งหยุดรถ ซึ่งเป็นภาพที่หาดูไม่ง่ายนัก นั่นเท่ากับว่า เมื่อขับรถผ่านบ้านไปได้ 2 หลัง ก็จะต้องหยุดรถครั้งหนึ่ง ตรวจสอบซ้ายขวา แล้วจึงขับไปอีก 2 หลัง ก็ต้องหยุดรถอีก สลับเช่นนี้ไปเรื่อยๆ 11 ครั้ง จึงจะสุดปลายทาง เพื่อออกถนนหลวงอีกฟากหนึ่ง |
การไม่หยุดรถตามป้ายสัญญาณ มีโทษหักคะแนน 2 แต้ม และเสียค่าปรับ 5,000-9,000 เยน (1,800-3,200 บาท) ตามขนาดของรถ ตั้งแต่จักรยานยนต์ไปจนถึงรถบรรทุก หากคะแนนที่ถูกหักสะสมย้อนหลัง 3 ปี รวมกันตั้งแต่ 6 คะแนนขึ้นไป จะถูกยึดใบขับขี่เป็นเวลา 30-180 วัน เว้นแต่หากเป็นการสะสมจากกระทำความผิดอันไม่รุนแรง (1-3 แต้ม) อาจได้รับผ่อนผันให้เข้ารับการอบรมผู้ปฏิบัติผิดกฎจราจรแทนการยึดใบขับขี่ |
- ขัดขวางการข้ามถนนของคนเดินเท้า
- ขัดขวางการสัญจรของเด็กเล็ก
- ไม่รักษาระยะห่างจากคนเดินเท้าในระยะที่ปลอดภัย
- ไม่ชะลอรถ ในถนนคนเดิน
ยกเว้นความผิดฐานขัดขวางการข้ามถนน จะมีโทษปรับหนักกว่า คือ 6,000-12,000 เยน (2,150-4,300 บาท)
จึงไม่ต้องสงสัยเลยว่าทำไม คนเดินถนนถึงได้เดินกันโดยแทบจะไม่สนใจยวดยานพาหนะเลย เพราะที่ญี่ปุ่น คนเดินถนนคือพระเจ้า ซึ่งรถจะต้องเป็นฝ่ายหยุดให้เสมอ
ในปี คศ.2011 ที่ประเทศญี่ปุ่น มีผู้ถือครองใบขับขี่ประมาณ 81 ล้านคน มียานพาหนะที่จดทะเบียนประมาณ 79 ล้านคัน
อุบัติเหตุบนท้องถนน เกิดขึ้นทั้งสิ้น 690,907 ครั้ง มีผู้ได้รับบาดเจ็บ 852,094 ราย ลดลงติดต่อกันเป็นปีที่ 7 ทั้งจำนวนอุบัติเหตุ และจำนวนผู้ได้รับบาดเจ็บ
ส่วนผู้เสียชีวิตจากอุบัติเหตุบนท้องถนนในปี คศ.2011 มีจำนวน 4,611 ราย (เฉลี่ยวันละ 12.6ราย) ซึ่งก็ลดลงติดต่อกันเป็นปีที่ 11 เช่นกัน
ในประเทศไทย จากข้อมูลของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ในปี พศ. 2552 เกิดอุบัติเหตุจราจรทางบก 84,806 ครั้ง มีผู้ได้รับบาดเจ็บ 61,996 ราย และมีผู้เสียชีวิต 10,742 ราย เฉลี่ยวันละ 29.4 ราย [ที่มา :สำนักงานพัฒนาระบบข้อมูลข่าวสารสุขภาพ]
ดังนั้น หากมีใครมาบอกว่า เมืองไทยเกิดอุบัติเหตุมาก จงอย่าเชื่อ และจงช่วยกันเถียงแทนประเทศไทย เพราะจากข้อมูลของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เท่ากับว่า เรามีอุบัติเหตุและมีผู้ได้รับบาดเจ็บบนท้องถนน น้อยกว่าในญี่ปุ่นถึง 10 กว่าเท่า ! เอ้า .. ไม่ว่ากัน
แต่ที่แน่ๆ คือ ยอดผู้เสียชีวิตจากอุบัติเหตุบนท้องถนนในประเทศไทย มีมากกว่าในญี่ปุ่น 2.3 เท่า
ครั้งที่มีผู้เสียชีวิตมากที่สุด เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 18 เมษายน 2011 เวลา 7:45 น ที่จังหวัดโทจิงิ เมื่อรถเครนขนาด 12 ตัน วิ่งข้ามเลนไปยังทางเดินเท้าฝั่งตรงข้าม พุ่งเข้าชนเด็กนักเรียนประถมที่กำลังเดินรวมกลุ่มไปโรงเรียนประมาณ 20-30 คน ทำให้มีเด็กนักเรียนเสียชีวิต 6 คน
ผู้ขับขี่รถเครน เป็นชายอายุ 26 ปี มีโรคประจำตัวคือโรคลมชักหรือลมบ้าหมู ก่อนหน้านี้เคยก่ออุบัติเหตุโดยไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บ 6 ครั้ง และเคยก่อเหตุขับรถชนเด็กชายวัย 9 ขวบ ได้รับบาดเจ็บขาหัก เมื่อ 3 ปีก่อนหน้านั้น และถูกตัดสินจำคุก 1 ปี 4 เดือน โดยให้รอลงอาญา 4 ปี
เช้าวันที่เกิด ผู้ขับขี่รถเครนดังกล่าว เล่นอินเตอร์เน็ตจนถึงเวลาประมาณตี 1 เข้านอนประมาณตี 2 และตื่นนอนเวลาตี 5 ครึ่ง และก่ออุบัติเหตุในเวลา 7:45 น.
คดีนี้ศาลอาญามีคำพิพากษาเมื่อเดือนธันวาคม คศ.2011 ให้จำคุก 7 ปีโดยไม่รอลงอาญา ซึ่งเป็นอัตราโทษสูงสุดของความผิดฐานขับขี่ยานพาหนะโดยประมาทอันเป็นเหตุให้มีผู้เสียชีวิต และคดีถึงที่สุดโดยจำเลยไม่ยื่นอุทธรณ์
กฎหมายเมาแล้วขับ : แค่นั่งไปด้วยก็ติดคุก 3 ปี
สาเหตุที่ทำให้อุบัติเหตุบนท้องถนนในประเทศญี่ปุ่นลดลงอย่างต่อเนื่อง คือ นอกจากความมีวินัยของผู้ขับขี่ และการบังคับใช้กฎหมายอย่างเคร่งครัดและเสมอภาคของเจ้าพนักงานแล้ว ตัวบทกฎหมายเองยังมีความเข้มงวดอย่างยิ่งอีกด้วย
|
- เมาแล้วขับ
โทษจำคุกไม่เกิน 1 ปี ปรับ 5,000-20,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ และอาจพักใบขับขี่ไม่น้อยกว่า 6 เดือน หรือเพิกถอนใบขับขี่ หรือให้คุมความประพฤติ หรือให้ทำงานบริการสังคม - เมาแล้วขับ และทำให้ผู้อื่นบาดเจ็บหรือได้รับอันตราย
โทษจำคุกไม่เกิน 2 ปี ปรับ 20,000-40,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ และพักใบขับขี่ไม่น้อยกว่า 6 เดือน - เมาแล้วขับ และทำให้ผู้อื่นได้รับอันตรายบาดเจ็บสาหัส
โทษจำคุก 2–6 ปี ปรับ 40,000–100,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ และพักใบขับขี่ไม่น้อยกว่า 1 ปี - เมาแล้วขับ และทำให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย
จำคุก 3–10 ปี ปรับ 60,000–200,000 บาท และเพิกถอนใบขับขี่
ตามกฎหมายไทย คนที่เมาแล้วขับรถไปชนผู้อื่นให้ได้รับบาดเจ็บ จะได้รับโทษน้อยกว่า คนที่โดยสารมาในรถ ของผู้ที่เมาแล้วขับ โดยที่ยังไม่ต้องก่ออุบัติเหตุ ตามกฏหมายญี่ปุ่นเสียอีก
| ตัวอย่างการรณรงค์อย่างเข้มข้นในการลดอุบัติเหตุจราจร และการลดอุบัติเหตุจากการเมาแล้วขับ มีให้เห็นอยู่ทั่วโลก ประเทศไทยอยากจะทำเมื่อไร ก็ย่อมทำได้อยู่แล้ว การให้ตำรวจจราจรหญิงมาเต้นกลางแยกราชประสงค์ ก็อาจเป็นวิธีหนึ่งในกิจกรรมรณรงค์ทางความคิด แต่ที่เหนือไปกว่านั้น กฎหมายจะต้องมีความเข้มงวดและศักดิ์สิทธ์ด้วย |
- ความสุขขั้นพื้นฐานประการหนึ่งของครอบครัว คือ การที่บุคคลที่เกิดทีหลัง ย่อมควรต้องเสียชีวิตทีหลัง ตามลำดับ
ดังนั้น จึงจะต้องไม่ยอมให้อุบัติเหตุบนท้องถนน และคนที่เมาแล้วขับ มาพรากความสุขนี้ไปจากครอบครัวของบุคคลที่ตกเป็นเหยื่ออีกต่อไป
ที่มา : http://www.j-campus.com/article/view.php?id=1012
ภาพประกอบจากอินเตอร์เนต


0 ความคิดเห็น
เรื่องเด็ด น่าคิด น่าชม ที่ทุกที่ ทุกเวลา เรื่องเด็ด น่าคิด น่าชม ที่ทุกที่ ทุกเวลา 108thinks.blogspot.com