108 แนะนำ

หน้าแรก » , » 'ไอเอส' กลุ่มก่อการร้ายที่รวยที่สุดในประวัติศาสตร์ เทียบได้กับเศรษฐีบ่อน้ำมัน ?

'ไอเอส' กลุ่มก่อการร้ายที่รวยที่สุดในประวัติศาสตร์ เทียบได้กับเศรษฐีบ่อน้ำมัน ?

โพสโดย iyatrang ch. เมื่อ 4 ก.พ. 2558 | 20:30
ผู้ชม

กลุ่มไอเอส หรือ Islamic state เป็นการรวมตัวกันของกลุ่มนักรบ ที่มาจากหลากหลายเครือข่าย
โดยได้ถือกำเนิดขึ้นตั้งแต่สงครามอิรัก ในปี 2546 เดิมเป็นสาขาหนึ่ง ของอัลกออิดะห์ในอิรัก ความสามารถพิเศษของ ไอเอส คือ การปลุกระดมนักรบได้ทั่วโลก อย่างไม่น่าเชื่อ ทั้งสหรัฐ ยุโรป และตะวันออกกลาง




อาบู บาการ์ อัล-บักดาดี


ต่อมา เมื่อวันที่ 5 กรกฎาคม 2557 นาย อบู บาการ์ อัล-บักดาดี ซึ่งเป็นหัวหน้ากลุ่มติดอาวุธมุสลิมสุหนี่ (รัฐอิสลามแห่งอิรักและเลแวนต์) หรือ ISIL ภายหลังไปเปลี่ยนชื่อเป็น รัฐอิสลาม หรือ IS และได้ประกาศตนเป็น คอลีฟะห์ (ผู้ปกครองชาวมุสลิมทั่วทุกหนแห่ง) ออกมาปรากฏตัวอย่างเป็นครั้งแรก ในเมืองโมซุลของอิรัก นั่นเอง

นักวิชาการหลายรายกล่าวว่าไอเอสไม่เพียงแต่เป็นกลุ่มก่อการร้าย แต่ยังเป็นพ่อค้าน้ำมันรายใหญ่รายหนึ่ง โดยเจ้าหน้าที่ข่าวกรองหลายคนให้ความเห็นตรงกันว่า กลุ่มไอเอสยึดเมืองใหญ่ติดอับดับ รวมทั้งยังมีความสำคัญทางด้านเศรษฐกิจของอิรักและซีเรียในหลายพื้นที่ ไอเอสจึงกลายเป็นผู้ครอบครองบ่อน้ำมัน 11 แห่งในทั้งสองประเทศ โดยเฉพาะแหล่งน้ำมันที่มากที่สุดของประเทศทางภาคเหนือในอิรัก และบ่อน้ำมันทางตะวันออกของซีเรียอีกหลายแห่ง ไม่รวมแหล่งขุดเจาะน้ำมัน 7 แห่ง โรงกลั่นน้ำมัน อีก 2 แห่ง และการควบคุมบริการงานของกลุ่ม ด้วยการผลิตน้ำมันดิบ และใช้เครือข่ายลักลอบที่ทำกันมาหลายรุ่นในการค้าน้ำมันและสินค้าอื่น ๆสุดท้ายนำเงินมาใช้ในการเคลื่อนไหวของกลุ่ม

น้ำมันคือทรัพยากรสำคัญอย่างหนึ่งที่ทำรายได้ให้แก่กลุ่มไอเอสมหาศาล และยังไม่มีใครระบุตัวเลขที่แน่นอนถึงรายได้ของกลุ่มไอเอส ที่มาจากการค้าน้ำมันได้

ทั้งนี้ “ไอเอส” มีกลยุทธ์สำคัญคือทุกครั้งที่เดินทางไปยึดเมืองใด ก็มักจะบุกเข้าปล้นธนาคารและก่ออาชญากรรมในหลายรูปแบบ อาธิเช่น การกรรโชกทรัพย์ลักพาตัวประกันเพื่อเรียกค่าไถ่ ซึ่ง เมื่อต้นปีที่ผ่านมา นักข่าวชาวฝรั่งเศส และชาวสเปนถูกจับตัวเพื่อเรียกค่าไถ่ ซึ่งรัฐบาลสองประเทศต้องจ่ายค่าไถ่ตัวประกันหลายล้าน  รวมถึงการจี้ปล้นทั่วๆไป แต่ไม่หมดเพียงแค่นั้น เพราะไอเอสยังลักลอบนำวัตถุโบราณของอิรักส่งขายให้ตุรกี ทำเงินให้กลุ่มหลายร้อยล้านดอลลาร์

นอกจากนี้รายได้อีกทางหนึ่งของไอเอสได้มาจากการค้าผู้หญิงและเด็ก ซึ่งเหยื่อส่วนใหญ่คือผู้หญิงในอิรัก ซึ่งเป็นชนกลุ่มน้อยยาซิดี กลุ่มไอเอสมองว่ากลุ่มยาซิดีเป็นกลุ่มคนนอกรีต บ้างก็ถูกกลุ่มไอเอสบังคับให้นับถือศาสนาอิสลามและจับแต่งงานกับนักรบไอเอส บ้างก็ถูกจับไปขายในเมืองอาเลปโป เมืองรักกา และเมือง อัล-อัคซาคาห์ ซึ่งกลุ่มไอเอสจะได้รับค่าตอบแทนประมาณราวๆครั้งละ 32,000 บาท

อย่างไรก็ตามนี่คือเหตุผลที่ทำให้ทางการอิรักความกังวลใจอย่างมาก เพราะทุกครั้งที่กลุ่มไอเอสเข้าปล้นธนาคารในเมืองหนึ่งจะนำเงินที่ได้ไปเป็นเงินทุนในการเข้ายึกครองเมืองอื่นๆต่อไป ทำการกลุ่มไอเอสขยายพื้นที่ยึดครองได้อย่างรวดเร็ว





ที่มา : http://news.mthai.com/world-news/382981.html
ภาพประกอบจากอินเตอร์เนต

ผู้ชมหน้านี้ :

0 ความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น

เรื่องเด็ด น่าคิด น่าชม ที่ทุกที่ ทุกเวลา เรื่องเด็ด น่าคิด น่าชม ที่ทุกที่ ทุกเวลา 108thinks.blogspot.com

108 ภาพสวย

108 ขำๆ

108 คลิปเด็ด

108 ไม่ควรพลาด

108 เรื่องล่าสุด