108 แนะนำ

หน้าแรก » , » วิธีพ่วงแบตเตอรี่รถยนต์ให้ถูกวิธี

วิธีพ่วงแบตเตอรี่รถยนต์ให้ถูกวิธี

โพสโดย iyatrang ch. เมื่อ 10 ก.พ. 2558 | 20:00
ผู้ชม


หลายคนเคยทำการพ่วงแบตเตอรี่มาแล้ว และอีกหลายคนอาจยังไม่รู้ถึง วิธีพ่วงแบตเตอรี่
รถยนต์ให้ถูกวิธี เรามดูกันครับ

ขั้นตอนที่ 1 ต่อหัวสายพ่วงสีแดงเข้ากับขั้วบวกแบตเตอรี่ที่ไม่มีไฟ
วิธีการต่อสายพ่วงแบตเตอรี่ หรือที่เรียกกันติดปากว่า “จัมพ์แบตเตอรี่” เพื่อให้เกิดกำลังไฟเพียงพอที่จะทำให้ระบบต่างๆ ของเครื่องยนต์ทำงาน และสามารถเดินรถต่อไปได้ในช่วงระยะเวลาสั้นๆ
ขั้นตอนที่ 2 ต่อหัวสายพ่วงสีแดงอีกด้านเข้ากับขั้วบวกแบตเตอรี่รถที่มีไฟ
ปัญหาของแบตเตอรี่หมดระหว่างการขับรถบนท้องถนนอาจเกิดได้จากหลายสาเหตุ
– สายต่อไดชาร์จหลวม
– น้ำกลั่นหมด
– แบตเตอรี่เสื่อมสภาพ
– กำลังไฟของแบตเตอรี่มีไม่เพียงพอ
การจัมพ์แบตเตอรี่เป็นวิธีการแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้า โดยจะต้องมีสายพ่วงแบตเตอรี่เป็นอุปกรณ์เสริม และต่อสายพ่วงกับรถยนต์อีกคันหนึ่งในการชาร์จไฟ เพื่อให้ระบบได้ทำงาน หลังจากนั้นจึงนำรถยนต์ไปเปลี่ยนแบตเตอรี่ และเช็คสภาพความพร้อมของเครื่องยนต์จากช่างผู้เชี่ยวชาญอีกครั้งหนึ่ง
ขั้นตอนที่ 3 ต่อหัวสายพ่วงสีดำหรือเขียวเข้ากับขั้วลบแบตเตอรี่ที่มีไฟ
“การจัมพ์แบตเตอรี่สามารถทำได้เอง แต่ต้องระมัดระวัง เพราะแบตเตอรี่ มีส่วนประกอบหลัก คือ น้ำกรดที่มีคุณสมบัติเป็นตัวการกัดกร่อนพื้นผิว ซึ่งขณะที่แบตเตอรี่กำลังทำงานจะเกิดก๊าซไฮโดรเจนสะสมในตัวแบตเตอรี่ จึงควรระวังในเรื่องประกายไฟ เพราะอาจเกิดอันตรายระหว่างจัมพ์แบตเตอรี่ได้”
วิธีการ ‘จัมพ์แบตเตอรี่’
เมื่อแบตเตอรี่หมดให้ปิดสวิตช์กุญแจและอุปกรณ์ไฟฟ้าทั้งหมดของรถและขอความช่วยเหลือจากรถยนต์ที่มีแบตเตอรี่ เพื่อต่อสายพ่วงแบตเตอรี่
– นำหัวสายพ่วงของสายพ่วงสีแดงซึ่งเป็นสายขั้วบวกมาต่อกับขั้วบวก (+) ของรถยนต์ที่แบตเตอรี่หมด
– นำหัวต่ออีกข้างต่อเข้ากับขั้วบวก (+) ของแบตเตอรี่รถยนต์อีกคัน
– นำหัวสายพ่วงของสายพ่วงสีเขียวหรือสีดำซึ่งเป็นสายขั้วลบมาต่อกับขั้วลบ (-) ของแบตเตอรี่รถยนต์อีกคัน
จากนั้น … ต่อขั้นตอนที่4
ขั้นตอนที่ 4 ต่อหัวสายพ่วงสีดำหรือเขียวเข้ากับเหล็กโครงรถ(ไม่ใช่ตัวถังรถ)ของรถคันที่แบตเตอรี่ที่ไม่มีไฟ
ต่อจากนั้นนำสายหัวต่อที่เหลือต่อเข้ากับส่วนที่เป็นโลหะของเครื่องยนต์หรือตัวถังรถยนต์ของรถยนต์ที่แบตเตอรี่หมด โดยควรต่อให้ห่างจากแบตเตอรี่มากที่สุด จากนั้นสตาร์ทเครื่องยนต์คันที่แบตเตอรี่มีไฟ ทิ้งไว้ประมาณ 3 นาที แล้วเร่งเครื่องยนต์เล็กน้อยเพื่อให้แบตเตอรี่มีการไหลเวียนของประจุไฟฟ้า หลังจากนั้น เริ่มสตาร์ทเครื่องยนต์คันที่แบตเตอรี่หมด จากนั้นเร่งเครื่องยนต์ประมาณ 1,500 – 2,000 รอบ/นาที เพื่อเช็คดูว่าประจุไฟเข้าหลังจากการชาร์จหรือไม่ ซึ่งถ้าเครื่องยนต์ไม่ดับแสดงว่าการชาร์จไฟเข้าแบตเตอรี่สำเร็จ
จากนั้นถอดสายพ่วงสีเขียว หรือสายขั้วลบ (-) ออกจากตัวถังรถคันที่แบตเตอรี่หมด และตามด้วยหัวต่อขั้วลบของแบตเตอรี่ที่มีไฟ จากนั้นจึงถอดสายสีแดงหรือสายขั้วบวก (+) จากรถคันที่แบตเตอรี่หมด และถอดหัวสายพ่วงจากแบตเตอรี่ที่มีไฟ ปิดฝาช่องเติมน้ำกลั่นให้ครบทุกช่องและควรสตาร์ทเครื่องยนต์ทิ้งไว้ประมาณ 30 นาที หรือขับรถไปเข้าศูนย์บริการเพื่อตรวจเช็คเครื่องยนต์และเปลี่ยนแบตเตอรี่ใหม่
ขั้นตอนที่ 5 สตาร์ทเครื่องยนต์เริ่มจากรถที่แบตเตอรี่มีไฟก่อน

ปลอดภัยเวลา “จัมพ์แบตเตอรี่”

– ไม่สตาร์ทเครื่องยนต์ระหว่างต่อสายพ่วงแบตเตอรี่
– เวลาต่อสายพ่วงแบตเตอรี่ อย่าสูบบุหรี่หรือทำสิ่งใดๆ และระวังอย่าให้สายพ่วงแบตเตอรี่สัมผัสกัน เพราะอาจทำให้เกิดประกายไฟได้
– ทำความสะอาดขั้วแบตเตอรี่ทั้งขั้วบวกและขั้วลบ โดยใช้น้ำร้อนราดที่ขั้วแบตเตอรี่ทั้ง 2 ขั้ว เพื่อขจัดคราบเกลือที่เกาะติดอยู่
– ตรวจเช็คกำลังไฟของแบตเตอรี่ก่อน เพราะแบตเตอรี่ขนาด 6 โวลต์ หรือ 24 โวตล์ ไม่สามารถนำมาพ่วงกับแบตเตอรี่ขนาด 12 โวลต์ได้ เพราะอาจทำให้แบตเตอรี่เกิดการระเบิดขึ้นได้
– ตรวจเช็คสภาพแบตเตอรี่ก่อนทุกครั้ง โดยดูจากที่วัดของแบตเตอรี่ หรือใช้ที่วัดความถ่วงจำเพาะ(HYDROMETER) บริเวณด้านข้างของแบตเตอรี่ ซึ่งสามารถสังเกตได้ง่ายๆ เช่น
สีเขียว = ประจุไฟฟ้าเต็ม

สีน้ำตาลหรือสีดำ = ประจุไฟหมด
สีเหลือง=แบตเตอรี่หมดอายุการใช้งาน

สรุป วิธีพ่วงแบตเตอรี่ให้ถูกวิธี
เวลาเอารถอีกคันมาจอดพ่วงแบตเตอรี่ ให้เอารถมาจอดใกล้กัน แต่อย่าให้รถสัมผัสกัน เพราะรถบางคันบางยี่ห้อต่อไฟลงกราวน์ไม่เหมือนกัน บางคันต่อกับขั้วบวก บางคันก็ต่อกับขั้วลบ ถ้าจอดรถให้สัมผัสกัน ไฟเกิดช็อตขึ้นมา ทำให้แบตเตอรี่ดีเสื่อมได้ จอดรถได้ที่ เวลาต่อสายพ่วงแบตเตอรี่ต้องทำเรียงตามลำดับ
(1) ต่อขั้วบวกแบตเตอรี่ไฟหมด…
(2) พ่วงต่อกับขั้วบวกแบตเตอรี่ดี
(3) สายพ่วงอีกเส้นต่อขั้วลบแบตเตอรี่ดี…
(4) ปลายสายอีกข้างต่อเข้ากับโครงรถ คันที่ไฟแบตเตอรี่หมด ต่อกับเหล็กโครงรถ…ไม่ใช่ตัวถังรถ
ต้องทำเรียงตามลำดับ (1)-(2)-(3)-(4) เพื่อป้องกันไฟช็อต
เหตุที่สายขั้วลบ (4) ต้องหนีบติดกับโครงรถแบตเตอรี่ไฟหมด ไม่หนีบกับขั้วลบของแบตเตอรี่ ไฟหมด เหมือนที่หลายคนนิยมทำ เพราะต่อพ่วงขั้วลบกับขั้วลบโดยตรง แบตเตอรี่ดีจะถูกแบตเตอรี่ไม่ดีดูดไฟไปเก็บไว้หมด
แบตเตอรี่ไม่ดี จะทำให้แบตเตอรี่ดีเสื่อมสมรรถภาพได้ พ่วงแบตเตอรี่เสร็จ รถสตาร์ตติด…เวลาถอดสายพ่วงก็ต้องทำเรียงตามลำดับแบบย้อนกลับ… ถอด (4)-(3)-(2)-(1) ทั้งนี้ เพื่อป้องกันไฟช็อต ไม่ให้เกิดไฟสปาร์ก…ประกายไฟจะได้ไม่สร้างความเสียหาย แก่สีตัวถังรถ


ที่มา : http://www.insurancethai.net/jump-battery/
ภาพประกอบจากอินเตอร์เนต

ผู้ชมหน้านี้ :

0 ความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น

เรื่องเด็ด น่าคิด น่าชม ที่ทุกที่ ทุกเวลา เรื่องเด็ด น่าคิด น่าชม ที่ทุกที่ ทุกเวลา 108thinks.blogspot.com

108 ภาพสวย

108 ขำๆ

108 คลิปเด็ด

108 ไม่ควรพลาด

108 เรื่องล่าสุด