108 แนะนำ

หน้าแรก » , , , » โทษของ ยารกปลา วิตามินปลอมอ้างช่วยบำรุงผิว

โทษของ ยารกปลา วิตามินปลอมอ้างช่วยบำรุงผิว

โพสโดย Jemmy P เมื่อ 8 มี.ค. 2557 | 11:56
ผู้ชม

เมื่อวันที่ 4 มี.ค.ที่ผ่านมา สมาชิกเว็บไซต์พันทิป ชื่อ Sopithnapa Rx ได้ตั้งกระทู้แฉการขาย ยารกปลา จากร้านค้าออนไลน์แห่งหนึ่งใน Facebook ที่อวดอ้างสรรพคุณบำรุงผิว ลดริ้วรอย กระชับผิว แต่ความจริงแล้วคือยาคลายกล้ามเนื้อที่มีชื่อทางการค้าว่า Mera ส่วนประกอบจาก Paracetamol 500 mg + Ophennadrine 35 mg ข้อมูลเหล่านี้ต่างพาชาวเน็ตอึ้งไปตามๆกัน





mera
1393932824-fsfsdfdsfs-o
จากข้อมูลในร้านค้าออนไลน์แห่งนี้ เขียนอวดอ้างสรรพคุณไว้เยอะมากราวกับว่านี่คือยาครอบจักรวาลเลยทีเดียว วิธีการรับประทานคือ วันละ 3-4 เม็ด ทานตอนเช้าหรือก่อนนอน เท่ากับว่าในหนึ่งวันร่างกายจะได้รับ Paracetamol 1500-2000 mg + Ophennadrine 105-140 mg ต่อวัน ซึ่งตามปกติแล้วเราไม่ควรกินยาพาราเซตามอล 4000 mg ต่อวัน ถึงขนาดยา 1500-2000 mg จะไม่ถึงปริมาณที่กำหนด แต่อย่าลืมว่าการกินยานี้ทุกๆวันเป็นการสะสม และส่งผลเสียต่อร่างกายอย่างแน่นอน ไปดูกันดีกว่าค่ะว่า การรับประทานยาเกินขนาดมีโทษต่อร่างกายอย่างไรบ้าง
พาราเซตามอล ( Paracetamol )
สรรพคุณทั่วไปของ ยาพาราเซตามอล คือ ลดไข้และบรรเทาปวด ไม่ว่าจะเป็นปวดข้อ ปวดขา ปวดฟัน ปวดประจำเดือน แต่ต้องเข้าใจด้วยว่าเป็นยาบรรเทาเท่านั้น ไม่ใช่ยารักษาโรค
สำหรับคนส่วนใหญ่อาจพอทราบกันว่า การรับประทานยาพาราเซตามอลสำหรับผู้ใหญ่ให้รับประทานครั้งละ 2 เม็ด ทุก 4-6 ชั่วโมง ตามที่ฉลากยาระบุไว้ แต่ข้อห้ามที่พึงทราบไว้ด้วยก็คือ
1. ห้ามรับประทานเกินกว่า 4,000 มิลลิกรัม (8 เม็ด) ต่อวัน ซึ่งยาพาราเซตามอลชนิดเม็ดส่วนใหญ่จะมีขนาด 500 มิลลิกรัม
2. ในแต่ละครั้ง ห้ามรับประทานเกิน 1,000 มิลลิกรัม (2 เม็ด) โดยเด็ดขาด เพราะนอกจากจะไม่เกิดประโยชน์แล้ว กลับเป็นการเพิ่มอันตรายด้วย
3. อย่ารับประทานบ่อย ภายในช่วงเวลาที่ต่ำกว่า 4 ชั่วโมง
4. ไม่ควรใช้ติดต่อกันเกิน 5 วัน ถ้าใช้ยานี้เกินขนาดที่ระบุไว้บนฉลาก จะทำให้เป็นพิษต่อตับได้
ผลเสียของการใช้ยาพาราเซตามอลเกินขนาดคืออะไร
แน่นอนว่าอวัยวะที่ต้องรับบทหนักย่อมหนีไม่พ้น ‘ตับ’ หากใช้ยาในปริมาณสูงอาจเกิดภาวะเป็นพิษต่อตับ เช่น รับประทานยาต่อเนื่องทุก 2-3 ชั่วโมง หรือใน 1 วันรวมแล้วเกิน 8 เม็ด ซึ่งเกินกว่าความจำเป็นที่ร่างกายต้องการ แล้วในที่สุดตับก็จะถูกทำลาย เมื่อตับถูกทำลายจะเหมือนว่าเป็นโรคตับอักเสบที่เรารู้จักกันดี เช่น ไวรัสตับอักเสบ ทำให้เกิดอาการเบื่ออาหาร คลื่นไส้อาเจียน ปวดท้อง ตาเหลือง ตัวเหลือง ปัสสาวะเปลี่ยนสี ออกเหลืองๆ เข้มๆ อ่อนเพลีย เป็นไข้ และในที่สุดอาจเสียชีวิตได้
อย่ากินยาพาราเซตามอลโดยไม่จำเป็น
มีคนจำนวนมากที่พยายามกินยาแก้ปวดเพื่อป้องกันอาการปวดล่วงหน้า หรือกินเมื่อคิดว่าอาจจะมีอาการปวดเกิดขึ้น ซึ่งเป็นวิธีที่ผิด ยาแก้ปวดเช่น พาราเซตามอลหรือไอบูโพรเฟน ควรกินก็ต่อเมื่อมีข้อบ่งชี้เท่านั้น ไม่ควรกินยาเหล่านี้ล่วงหน้าเมื่อคิดว่าวันนี้อาจจะต้องมีงานยุ่งจนปวดหัว ซึ่งเป็นการกินยาเกินขนาดและนำไปสู่การบาดเจ็บของตับ
การกินยาพาราเซตตามอลมากกว่าปริมาณที่กำหนดนั้นไม่ได้ช่วยลดอาการปวดได้ มากขึ้นกว่าเดิมแต่อย่างใด และอาจเป็นอันตรายต่อสุขภาพของคุณอย่างร้ายแรง ดังนั้นเมื่ออาการปวดยังไม่หาย แทนที่จะกินยาพาราเซตตามอลเพิ่ม ควรเปลี่ยนเป็นกินยาแก้ปวดชนิดอื่นๆร่วมด้วย หรือไปพบผู้เชี่ยวชาญที่สามารถจะช่วยหาสาเหตุของอาการปวดได้ หากอาการปวดไม่ลดลงหลังกินยาพาราเซตามอลมาแล้วถึง 3 วัน ก็ควรไปพบแพทย์ที่โรงพยาบาลดีกว่า
 1393935882-fsfsdfsdfs-o

ยาคลายกล้ามเนื้อ (Paracetamol 500 mg + Ophennadrine 35 mg)
ยาคลายกล้ามเนื้อตัวนี้ มีชื่อทางการค้าหลากหลายชื่อ เช่น Mera Norgesic Myogesic Orkelax Pormus เป็นต้น มีสรรพคุณใช้เพื่อ บรรเทาอาการปวดเนื่องจากการเกร็งของกล้ามเนื้อ เช่น กล้ามเนื้ออักเสบ เอ็นอักเสบ ข้ออักเสบ ปวดกล้ามเนื้อภายหลังการออกกำลังกาย การหดค้างของกล้ามเนื้อ ปวดข้อ ปวดระดู
วิธีใช้ยา
  • ยานี้อยู่ในรูปแบบยาเม็ดสำหรับรับประทาน โดยทั่วไปรับประทานครั้งละ 2 เม็ด วันละ 3 ครั้งหรือให้ใช้ยานี้ตามวิธีใช้ที่ระบุบนฉลากยา ไม่ควรใช้ยาในขนาดที่มากหรือน้อยกว่าที่ระบุ และหากมีข้อสงสัยให้สอบถามแพทย์หรือเภสัชกร
  • ผู้ที่มีอายุมากกว่า 65 ปีควรได้รับขนาดยาที่ลดลง เนื่องจากจะได้รับผลจากยานี้มากกว่าคนทั่วไป
คำเตือน
  • ถ้าใช้ยานี้เกินขนาดที่ระบุไว้บนฉลากหรือเอกสารกำกับยา จะทำให้เป็นพิษต่อตับได้ และไม่ควรใช้ยานี้ติดต่อกันเกิน 5 วัน
  • ผู้ที่เป็นโรคตับ โรคไต ควรปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรก่อนใช้ยานี้
สิ่งที่ควรแจ้งแพทย์หรือเภสัชกรทราบ
  • ประวัติการแพ้ยา orphenadrine citrate ยา paracetamol หรือยาอื่นๆ น้ำตาลแลกโตส และอาหาร
  • ใช้หรือกำลังจะใช้ ยาอื่นๆทั้งยาที่แพทย์สั่งจ่ายและยาที่ใช้เอง วิตามิน อาหารเสริม สมุนไพร
  • โรคต้อหิน
  • โรคหัวใจ
  • โรคไต โรคตับ
  • โรคต่อมลูกหมาก
  • มีปัญหาในกระเพาะอาหาร
  • โรคกระเพาะอาหาร
  • โรคกล้ามเนื้ออ่อนแรงชนิดร้าย (myasthenia gravis)
  • ตั้งครรภ์ วางแผนจะตั้งครรภ์ หรือให้นมบุตร
  • หากจะเข้ารับการผ่าตัดหรือการทำฟันควรแจ้งให้แพทย์ทราบว่าใช้ยานี้
  • ประวัติการดื่มแอลกอฮอล์
อาการอันไม่พึงประสงค์จากการใช้ยา
  • อาการอันไม่พึงประสงค์ที่ต้องแจ้งแพทย์หรือเภสัชกรทันที มีดังนี้ ผื่นขึ้น คัน หรือลมพิษ ใบหน้า ริมฝีปากหรือลิ้นบวม หายใจลำบาก มีไข้ เจ็บคอ สับสน ประสาทหลอน การมองเห็นเปลี่ยนไป ใจสั่น (palpitation) หรือชีพจรเต้นเร็ว มีเลือดออกหรือฟกช้ำโดยไม่ทราบสาเหตุ บริเวณตาขาวหรือผิวหนังเปลี่ยนเป็นสีเหลือง เหนื่อยหรืออ่อนเพลียโดยไม่ทราบสาเหตุ หน้ามืด เป็นลม หมดสติ อาเจียน
  • อาการอันไม่พึงประสงค์อื่นที่อาจเกิดระหว่างใช้ยา หากเป็นต่อเนื่อง หรือ รบกวนชีวิตประจำวัน ให้ แจ้งแพทย์หรือเภสัชกรทราบ มีดังนี้ มึนงง ง่วงซึม ปวดศีรษะ คลื่นไส้ ไม่สบายท้อง
จะเห็นได้ว่า การรับประทานยาเกินขนาดส่งผลเสียต่อร่างกายเป็นอย่างมาก โดยเฉพาะ ตับ การรับประทานวิตามิน ยารกปลา ปลอมนี้ ส่งผลเสียต่อร่างกายของเราอย่างแน่นอน ถ้าหากรับประทานติดต่อกันเป็นเวลานานมีโอกาสเสี่ยงที่จะเสียชีวิตได้
67890_378185932272662_678612237_n1458470_563199767104610_1947303994_n
ปัจจุบันนี้มีการขายกันทั่วไปในอินเตอร์เน็ต ซึ่งเป็นยาที่ผิดกฏหมาย ไม่ได้รับการรับรองจากอย. ซึ่งมีขายกันอยู่เยอะมากทั้งร้านค้าออนไลน์ หรือแม้แต่ตามตลาดนัดทั่วไป มาตรการการดูแลผู้บริโภคของหน่วยงานต่างๆไม่สามารถดูแลครอบคลุมได้ทั่วถึง แต่เบื้องต้น เราต้องเริ่มดูแลตัวเองเสียก่อน คือ การที่เราจะเลือกซื้อยา วิตามินบำรุง อาหารเสริมต่างๆ ควรจะเลือกซื้อในร้านที่เชื่อถือได้ มีเภสัชกรแนะนำ และต้องได้รับการรับรองจากอย. เท่านั้น
______________________________________________________________________
ที่มา : http://health.mthai.com/howto/3533.html
ภาพประกอบจากอินเตอร์เนต

0 ความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น

เรื่องเด็ด น่าคิด น่าชม ที่ทุกที่ ทุกเวลา เรื่องเด็ด น่าคิด น่าชม ที่ทุกที่ ทุกเวลา 108thinks.blogspot.com

108 ภาพสวย

108 ขำๆ

108 คลิปเด็ด

108 ไม่ควรพลาด

108 เรื่องล่าสุด