สำนักข่าวอิศราพาไปฟังเสียงครูผู้สอนอีกสักรอบ เพื่อตรวจเช็คแท็บเล็ตที่นักเรียนได้รับแจกไปนั้น มีปัญหาข้อดีข้อเสีย และได้นำไปใช้ให้เกิดประโยชน์มากน้อยแค่ไหน
"ลักขณา ปรีชาพรสกุล" คุณครูวัดธารน้ำไหล อ.ไชยา จ.สุราษฎร์ธานี ซึ่งก่อนจะย้ายมาประจำที่โรงเรียนแห่งนี้เมื่อวันที่ 26 ธันวาคม 2556 เธอได้สอนอยู่อีกโรงเรียนหนึ่ง (สงวนชื่อโรงเรียน) ในระดับชั้นป. 1 โดยใช้แท็บเล็ตเพื่อการเรียนการสอน
ครูลักขณา มักพบปัญหาหน้าจอเครื่องค้างและเสียบ่อยครั้ง ทำให้ต้องส่งซ่อมยังศูนย์เครือข่ายที่จัดไว้ ซึ่งส่วนใหญ่จะใช้ระยะเวลานานไม่ทันกับการเรียนการสอน เธอจึงนำไปส่งซ่อมที่ร้านเอกชนแทน โดยโรงเรียนจะเป็นผู้รับผิดชอบค่าใช้จ่ายทั้งหมด
ส่วนการเชื่อมต่อสัญญาณไวไฟ (Wi Fi) เป็นอีกปัญหาหนึ่ง ทำให้ไม่สามารถสืบค้นข้อมูลในอินเทอร์เน็ตได้ทันที เมื่อต้องการเพิ่มเติมเนื้อหา ครูลักขณา สะท้อนปัญหา และว่า หากจะให้โรงเรียนเป็นผู้ติดตั้งสัญญาณไวไฟเองอาจจะยากสำหรับพื้นที่ชนบทที่ห่างไกลที่ขาดทั้งงบประมาณ และระบบอินเตอร์เน็ตความเร็วสูงก็ยังไปไม่ถึง
“จอแท็บเล็ตมีขนาดเล็ก ทำให้เด็กป.1 อาจมีปัญหาทางสายตา แต่หากให้นักเรียนอ่านหนังสือซึ่งมีความกว้างที่เหมาะสมจะดีกว่า” ครูชนบท กล่าว และบอกว่า เมื่อนักเรียนขึ้นชั้น ป.2 จะต้องลบข้อมูลเดิมออกจากเครื่อง เนื่องจากความจำไม่เพียงพอ เพื่อบรรจุหลักสูตรใหม่เข้าไปแทน ทำให้ไม่สามารถจะค้นหาข้อมูลเก่าเพื่อทบทวนได้ ผิดกับหนังสือที่ยังเก็บไว้อ่านได้อีก
ท้ายที่สุด หากรัฐบาลยังต้องการส่งเสริมการใช้อุปกรณ์ชนิดนี้ต่อไปควรให้นักเรียนชั้นประถมศึกษาทุกคนได้สัมผัสด้วย ไม่เฉพาะ ป.1 เท่านั้น เพื่อลดความเหลื่อมล้ำในสังคม
"ประกิต เจนเขา" คุณครูจาก จ.ปราจีนบุรี (สงวนชื่อโรงเรียน) ระบุถึงข้อดีของการใช้แท็บเล็ตเพื่อการเรียนการสอนทำให้นักเรียนเกิดความสนใจและตั้งใจเรียนมากขึ้น แต่ติดปัญหาตรงที่เครื่องมักเสียหายทำให้ต้องส่งซ่อมบ่อยครั้ง แม้จะกลับมาใช้ได้ตามปกติ แต่ทุกครั้งมักใช้เวลาซ่อมยาวนานเป็นสัปดาห์
ส่วนในกรณีสูญหายนั้น โรงเรียนจะให้ผู้ปกครองเป็นผู้ชดใช้ เพราะถือว่าแท็บเล็ตเป็นสิ่งของในการครอบครองของนักเรียนแต่ละคนแล้ว
“เคยมีการพูดคุยกันระหว่างครูผู้สอนในเขตพื้นที่การศึกษาเดียวกัน ปรากฏว่าพบเจอปัญหาที่คล้ายคลึงกัน โดยเฉพาะครูรุ่นเก่าไม่ชอบการสอนด้วยแท็บเล็ต ประกอบกับไม่มีครูรุ่นใหม่มาบรรจุ ทำให้หลายโรงเรียนเก็บแท็บเล็ตไว้ไม่นำมาใช้ในการเรียนการสอน” ครูประกิต กล่าว และคาดหวังว่า รัฐควรพัฒนาซอฟแวร์และคุณภาพของตัวเครื่องอย่างต่อเนื่อง มิใช่อยู่อย่างไรก็อย่างนั้น
ขณะที่ครูประถมสาวจาก จ.สุพรรณบุรี (สงวนชื่อสกุล-โรงเรียน) ให้ข้อมูลว่า ครูผู้สอนในโรงเรียนมักจะบ่นกันเกี่ยวกับหน้าจอแท็บเล็ตค้างและทำงานช้า ส่วนเรื่องเชื่อมต่อสัญญาณไวไฟไม่มีปัญหาอยู่แล้ว เพราะโรงเรียนจะให้นักเรียนได้เรียนรู้จากเนื้อหาที่บรรจุไว้ในเครื่องเท่านั้น
แต่อย่างไรก็ตาม เธอเห็นว่า การเรียนการสอนด้วยหนังสือสำหรับนักเรียนในชนบท จะเหมาะกว่าการสอนด้วยแท็บแล็ต ซึ่งหากรัฐบาลยังมีนโยบายนี้อยู่ก็ควรให้ปรับปรุงคุณภาพเครื่องให้ได้มาตรฐานมากกว่านี้
ทั้งหมดนี้เป็นเพียงส่วนหนึ่งของเสียงสะท้อนจากครูชนบทที่ฝากถึงรัฐบาล ตราบที่ยังยืนยันไม่ล้มนโยบายนี้ และพร้อมเดินหน้าแจกแท็บเล็ตต่อโดยยังไม่แก้ปัญหาที่ซุกอยู่ใต้พรม
______________________________________________________________________
ที่มา : http://webboard.news.sanook.com/forum/?topic=3799608
ภาพประกอบจากอินเตอร์เนต


0 ความคิดเห็น
เรื่องเด็ด น่าคิด น่าชม ที่ทุกที่ ทุกเวลา เรื่องเด็ด น่าคิด น่าชม ที่ทุกที่ ทุกเวลา 108thinks.blogspot.com