รถใหม่มีค่าใช้จ่ายอะไรบ้าง

       ผู้ให้คำปรึกษาทางการเงินรายหนึ่งกล่าวว่า ผู้ที่ซื้อรถยนต์ในโครงการรถคันแรกต้องปฏิบัติตามเงื่อนไขที่รัฐกำหนดไว้ มิเช่นนั้นท่านต้องคืนสิทธินั้นให้กับรัฐ เมื่อซื้อรถมาย่อมมีค่าใช้จ่ายตามมาอีกหลายรายการ
เริ่มที่การผ่อนชำระต่อเดือน แต่ละรายอาจมีเงื่อนไขต่างกัน ขึ้นอยู่กับจำนวนซีซี รถแต่ละรุ่น จำนวนเงินดาวน์ การผ่อนชำระและอัตราดอกเบี้ยของลีสซิ่งที่เลือกไว้ ในส่วนนี้จะมีค่าใช้จ่ายระหว่าง 6,500-12,000 บาทต่อเดือน
       
       ตามมาด้วยค่าน้ำมันขึ้นอยู่กับการใช้งาน หากใช้แค่ 100 ลิตรต่อเดือน รายจ่ายจะอยู่ที่ 3,000-4,000 บาทขึ้นไป และยังมีรายจ่ายอื่นขึ้นอยู่กับการใช้งานของแต่ละบุคคล เช่น ค่าทางด่วน ค่าที่จอดรถ ค่าล้างรถ



       
       ถัดมาจะเป็นค่าใช้จ่ายประจำปี มีค่า พ.ร.บ.และค่าต่อทะเบียนต้องเตรียมเงินไว้ตั้งแต่ 1,500-2,500 บาท หากเป็นรถนั่งที่มีกระบะตรงนี้จะเสียภาษีสูงกว่ารถเก๋งมากกว่า 2 เท่าตัว จากนั้นมีเรื่องของค่าประกันภัย หากเลือกต่อชั้น 1 ต้องมีเงินเตรียมไว้ 10,000-20,000 บาท ต่อมาเป็นค่าใช้จ่ายในการซ่อมบำรุง ซึ่งไม่จำเป็นต้องครบปี เช่น ทางศูนย์รถยนต์กำหนดไว้ในการตรวจอุปกรณ์ต่างๆ ตามจำนวนระยะทางที่กำหนด เช่น 5,000 กิโลเมตร หรือ 10,000 กิโลเมตร และส่วนใหญ่จะมีการเปลี่ยนอุปกรณ์ต่างๆ ครั้งใหญ่เมื่อครบ 4 ปี หรือประมาณ 20,000 กิโลเมตร



       
       ค่าใช้จ่ายต่อเดือนที่ตามมาหลังจากรถคันแรกนั้นต้องมีไม่ต่ำกว่า 10,000-20,000 บาทต่อเดือนนั้น ไม่นับรวมภาระประจำปีอื่นๆ อีก จึงเป็นไปไม่ได้ที่ผู้ที่เพิ่งเริ่มทำงานใหม่จะมีรถไว้ในครอบครอง เว้นแต่มีผู้ค้ำประกัน เช่น ผู้ปกครอง แต่ถ้ามีผู้ที่เพิ่งเริ่มทำงานแล้วใช้สิทธิซื้อรถคันแรก โอกาสที่จะถูกยึดรถก็มีความเป็นไปได้สูง
       
       ล่าสุดเบี้ยประกันภัยจะมีการปรับเพิ่มขึ้นอีก 10% และค่าทางด่วนจะปรับเพิ่มขึ้นอีก 5 บาท
       
       แม้ว่ารัฐบาลจะคืนเงินให้ตามข้อตกลงเมื่อครบ 1 ปีตามอัตราที่กำหนดไว้ไม่เกิน 100,000 บาท คำถามที่ตามมาคือท่านจะประคองตัวให้ครบได้ 1 ปีหรือไม่ นอกจากนั้นยังต้องกลับไปดูที่มาของเงินดาวน์รถไม่ว่าจะเป็น 15% 20% หรือ 25% นั้นมาอย่างไร หากเป็นการกู้ยืมมาก่อนเพื่อรอเงินที่รัฐจ่ายคืนมานั้นถือเป็นการกู้ที่ไม่คุ้มค่า เพราะต้องแบกรับทั้งดอกเบี้ยและต้องผ่อนชำระเงินต้นในส่วนนี้อีกจะทำให้การดำรงชีพในแต่ละเดือนลำบากมากขึ้น

______________________________________________________________________
ที่มา : http://mgr.manager.co.th/Home/ViewNews.aspx?NewsID=9560000005307  
ภาพประกอบจากอินเตอร์เนต

แสดงความคิดเห็น

0 ความคิดเห็น