10 ข้อที่ช่างภาพมือใหม่มองข้าม

1. คุณไม่อ่านคู่มือกล้องคุณเองเลย
มันไม่ง่ายเท่าไหร่ครับ กับการที่เราต้องมานั่งอ่านคู่มือกล้องที่หนา แค่เห็นก็เบื่อแล้ว แต่คุณรู้หรือไม่ครับว่าคู่มือกล้องของคุณ คือ ตำราเล่มแรกที่ดีที่สุดที่คุณจะศึกษาการถ่ายภาพได้ เพราะฉะนั้นจงอ่านมันเถอะ อ่านก่อนนอนก็ยังดี แล้วคุณจะใช้งานกล้องของคุณได้เต็มประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น






2. คิดอยู่อย่างเดียวว่า การจะได้ภาพที่ดีอุปกรณ์ต้องพิเศษและหรูหรา
จริงๆ แล้วจุดนี้ก็ต้องบอกว่า มันเป็นค่านิยมของแต่ละคนบวกเข้าไปด้วย อุปกรณ์ถ่ายภาพที่ดีแน่นอนว่ามันช่วยให้คุณถ่ายภาพได้ง่ายขึ้น สะดวกขึ้น แต่การใช้อุปกรณ์ถ่ายภาพของเรานั้นผมอยากให้เน้นไปที่การเลือกหาอุปกรณ์ให้ตรงกับแนวภาพของเรามากกว่า เพราะนั่นจะตอบโจทย์ความคุ้มค่ามากกว่า บางท่านซื้อเลนส์มานอนจอดไว้ในตู้กันชื้นเฉยๆ ก็มี หรือเก็บไว้ราขึ้นก็มีเช่นกัน ฉะนั้นอยากให้คำนึงถึงเรื่องของการใช้อุปกรณ์ถ่ายภาพตามที่เราจำเป็น


3. ไม่ได้เปิดภาพดูบนคอมพิวเตอร์ในแบบ 100 เปอร์เซ็นต์
ในที่นี้ก็คือการพรีวิวภาพดูบนคอม แล้วขยายภาพขึ้นมาดูแบบ 100 เปอร์เซ็นต์ บางครั้งถ่ายภาพมาก็พรีวิวดูมันที่หลังจอ LCD ของกล้อง แต่ภาพส่วนมากมักจะสวยคม เพราะจอ LCD ของกล้องนั้นมีขนาดเล็ก และสีสัน รวมถึงคอนทราสต์ของจอค่อนข้างดี ฉะนั้นมันจึงหลอกตาคุณว่า ภาพที่ถ่ายมานั้นก็คมชัดดี แต่เพื่อความชัวร์และได้ภาพที่คมชัดจริงๆ แนะนำว่าให้เปิดภาพดูในจอมอนิเตอร์ของคอมพิวเตอร์แล้วขยายภาพขึ้นมาดู

4. ต่อจากข้อที่สาม ให้คุณลบภาพบนคอมพิวเตอร์แทนการลบจากกล้อง
กล้องบางตัวมีฟังค์ชั่นแต่งภาพให้ได้ใช้กันบนตัวกล้อง แต่ยังไงซะแนะนำว่าให้คุณนำภาพทั้งหมดที่คุณถ่ายมา มาใส่ไว้ในคอมพิวเตอร์ก่อนจะดีที่สุด อย่าลบภาพจากกล้อง เพราะภาพบางภาพที่คุณลบ บางครั้งเอามาแต่งบนคอมพิวเตอร์แล้วกลับกลายเป็นภาที่ดีขึ้นมาก็ได้


5. ลองใช้โหมดการถ่ายภาพอื่นๆ บ้าง นอกจากโหมด P และ โหมด Auto
หากกล้องของคุณมีโหมดที่ปรับช่องรับแสงหรือปรับสปีดชัตเตอร์ได้ จงเรียนรู้การใช้งานในโหมดแมนวลบ้าง ซึ่งแรกๆ อาจจะต้องลองผิดลองถูก แต่หากคุณได้ลองไปเรื่อยๆ แล้วคุณก็จะเรียนรู้เรื่องของแสงได้ดีมากยิ่งขึ้น เพราะคุณสามารถเรื่องปรับว่าจะให้แสงเข้าเท่าไหร่ ระยะชัดลึกเป็นอย่างไร หรือปรับ ISO เท่าไหร่ถึงจะดี

6. เลือกซื้อกล้องให้ตรงกับการใช้งานและประสบการณ์การถ่ายภาพของคุณ
นี่ก็เป็นอีกปัจจัยที่คุณต้องนึกถึงก่อนเลือกซื้อกล้อง หากคุณคิดว่าคุณคงไม่ได้ไปเข้าคลาสอบรม หรือหาตำราและเอาจริงเอาจังกับกาถ่ายภาพมากนัก กล้องในแบบ Point & Shoot จะเหมาะกับคุณมากกว่า แต่นั่นก็เป็นทางเลือกของคุณเองเพราะหากคุณบอกว่าต้องการเรียนถ่ายภาพไปด้วยในอนาคตและต้องการภาพที่มีคุณภาพสูง กล้อง DSLR หรือกล้องในรูปแบบ Mirrorless แบบ EOS M ก็ถือว่าโอเคเลยล่ะ

7. แบ็กอัพภาพไว้เสมอก่อนลบภาพจากเมมโมรี่
บางท่านถ่ายภาพมาแล้ว มักทิ้งภาพไว้ในเมมโมรี่หรือ SD Card ผมอยากแนะนำให้คุณแบ็กอัพภาพของคุณในหลายๆ วิธี ไม่ว่าจะเป็นการโอนถ่ายไฟล์ภาพลงคอมพิวเตอร์เก็บไว้บน ฮาร์ดดิสก์ หรือแบ็กอัพโดยการไร้ต์ใส่แผ่น DVD เก็บไว้ก่อนก็ยิ่งดี ก่อนที่คุณจะลบภาพบนเมมโมรี่

8. มีสื่อบันทึกเพียงพอ
บางท่านซื้อกล้องมาแล้วแต่ดันลืมไปว่า สื่อบันทึกภาพ นั้นจำเป็นมากๆ เดี๋ยวนี้การ์ดแบบ SDHC หรือแบบอื่นๆ ราคาไม่ได้แพงอย่างเมื่อก่อนแล้ว คุณควรเลือกซื้อสื่อบันทึกให้มีขนาดความจุมากพอ ผมเห็นมาบ่อยกับการที่ต้องทนถ่ายภาพที่ความละเอียดแค่ 3 ล้านพิกเซล ทั้งๆ ที่กล้องทำความละเอียดได้ถึงสิบกว่าล้านพิกเซล อันเนื่องมาจากว่ากลัวการ์ดเต็ม ฉะนั้นจงซื้อหน่วยความจำให้พอเพียงที่สุดกับการใช้งาน เพื่อคุณจะได้ถ่ายภาพที่เต็มความละเอียดของกล้อง

9. แบตเตอรี่ไม่พอ
ไม่มีพลังงานกล้องของคุณก็จะเป็นแค่ที่ทับกระดาษหากแบตเตอรี่หมด หากกล้องของคุณใช้แบตเตอรี่แบบ AA คุณควรหาแบตเตอรี่สำรองไว้อีกสักชุด หรือจะหาแบตเตอรี่ AA แบบ อัลคาไลน์ติดกระเป๋าไว้ยามฉุกเฉินก็ได้ แต่หากกล้องคุณใช้ลิเธียมก็ให้หาสำรองไว้อีกสักก้อนครับ แล้วคุณจะสบายใจในการถ่ายภาพมาก เทคนิคการประหยัดพลังงานอีกอย่างหนึ่งที่คุณทำได้คือ ให้หาการ์ดรีดเดอร์มาถ่ายโอนภาพลงคอมฯ แทนที่การโอนถ่ายภาพจากกล้องโดยตรง คุณจะเซฟพลังงานกล้องไปได้มากเลยทีเดียว

10. เช็คฮาร์ดแวร์ที่จะประมวลผลภาพของคุณ อาทิ คอมพิวเตอร์
ก่อนที่จะซื้อกล้อง อยากให้ลองดูอุปกรณ์ที่จะเอามาโปรเซสภาพ นั่นคือ คอมพิวเตอร์ของเรา ว่ามันสามารถโปรเซสไฟล์ภาพขนาดใหญ่ได้หรือไม่ โดยเฉพาะหากคุณมีกล้องที่สามารถถ่ายวิดีโอคลิปได้ที่ความละเอียดในระดับ Hi Def สิ่งจำเป็นในการรันไฟล์พวกนี้ก็คือคอมพิวเตอร์ที่มีระบบประมวลผลที่มีประสิทธิภาพ หรือแม้แต่การตกแต่งภาพบนคอมพิวเตอร์ด้วย ฉะนั้นลองดูสเป็กคอมฯ ของตัวเองด้วย

ใครคิดว่าตัวเองไม่ได้ทำข้อไหน ลองย้อนกลับไปดูสักนิดนะครับ แล้วมันจะทำให้การถ่ายภาพของคุณดีขึ้นอีกเยอะเลย ลองดู....

______________________________________________________________________
ที่มา : http://www.canonlife.com/
ภาพประกอบจากอินเตอร์เนต

แสดงความคิดเห็น

0 ความคิดเห็น